ประวัติข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานไทยหน้าร้อนที่ถูกใจคนทั้งโลก
https://eatcakefirst.com/ – ข้าวเหนียวมะม่วง ถือเป็น หนึ่งในขนมหวานไทยยอดนิยม ที่ใครมาเยือนประเทศไทยต้องลิ้มลอง ด้วยรสชาติหอมหวานมัน ผสมผสานกับความกรุบกรอบของถั่ว และรสเปรี้ยวอมหวานของมะม่วง ทำให้เมนูนี้กลายเป็นของหวานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร วันนี้เราจะพาไปส่อง ประวัติข้าวเหนียวมะม่วง ตลอดจนสูตรดั้งเดิมและประโยชน์ของขนมไทยจานนี้
ประวัติความเป็นมาของข้าวเหนียวมะม่วง
หากย้อนกลับไปตามบันทึกประวัติศาสตร์ไทย พบว่า ข้าวเหนียวมะม่วง ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าถูกคิดค้นขึ้นในยุคใด แต่มีการกล่าวถึงในเอกสารโบราณ เช่น “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” ในรัชกาลที่ 2 ของกรุงรัตนโกสินทร์
ตัวอย่างเนื้อหากาพย์กล่าวถึงผลไม้และขนมหวานต่างๆ เช่น
“หวนห่วงม่วงหมอนทอง อีกอกร่องรสโอชา คิดความยามนิทรา อุราแนบแอบอกอร”
ซึ่งกล่าวถึง ทุเรียนหมอนทองและมะม่วงพันธุ์อกร่อง และต่อมามีการกล่าวถึงข้าวเหนียวคลุกน้ำกะทิ แต่ยังไม่ได้รวมกับมะม่วง
ต่อเนื่องมาถึงรัชกาลที่ 5 มีการเริ่มเอ่ยถึงการกิน มะม่วงคู่กับข้าวเหนียวมูน โดยข้าวเหนียวมูนจะใช้พันธุ์ เขี้ยวงู เรียวยาว คลุกกับน้ำกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลทราย และโรยหน้าด้วย ถั่วทองทอดหรือถั่วเขียวซีกทอด เพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ
ด้วยสูตรนี้ ข้าวเหนียวมะม่วงจึงกลายเป็น ของหวานคลายร้อน ที่คนไทยนิยมกินในหน้าร้อนมาจนถึงปัจจุบัน
สูตรดั้งเดิมและมะม่วงยอดนิยม
ในอดีต มะม่วงที่ใช้เป็นพันธุ์อกร่อง มีรสหวานอมเปรี้ยว เนื้อแน่น และหอมเป็นเอกลักษณ์ ส่วนข้าวเหนียวเลือกใช้พันธุ์เขี้ยวงูคลุกน้ำกะทิจนเข้ากัน
ปัจจุบัน เนื่องจากมะม่วงพันธุ์อกร่องให้ผลเล็กและหาซื้อยาก ทำให้ราคาสูง นักกินส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ ที่ให้ผลใหญ่ เนื้อเยอะ และหวานหอมในราคาที่จับต้องได้
ข้าวเหนียวมะม่วง กับการเป็นหนึ่งในขนมหวานระดับโลก
ความอร่อยของข้าวเหนียวมะม่วงไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่ในไทยเท่านั้น แต่ยังถูกยอมรับจากชาวต่างชาติ โดยเว็บไซต์ CNN Travel จัดอันดับให้ข้าวเหนียวมะม่วงติด 1 ใน 50 ของหวานแสนอร่อยที่สุดในโลก (50 of the world’s best desserts)
เมื่อชาวต่างชาติมาเยือนประเทศไทย ข้าวเหนียวมะม่วงจึงกลายเป็นเมนูที่ต้องลิ้มลอง และหลายคนก็ต้องตกหลุมรักรสชาติหวาน มัน หอม เฉพาะตัวนี้
ประโยชน์และข้อควรระวังในการกินข้าวเหนียวมะม่วง
ประโยชน์
-
ให้พลังงานสูง: ข้าวเหนียวสามารถทานเป็นมื้อหลักแทนข้าวได้
-
มะม่วงอุดมด้วยไฟเบอร์: ช่วยระบบขับถ่าย
-
วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ: มีวิตามินเอ วิตามินอี บำรุงร่างกาย แก้ไอ และช่วยขับลม
-
บำรุงผิวพรรณ: ทำให้ผิวสุขภาพดี และชะลอริ้วรอย
ข้อควรระวัง
-
มีแคลอรีสูง: กินมากเกินไปอาจทำให้อ้วน
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคระบบย่อยอาหาร: ควรกินในปริมาณน้อย เพราะอาจทำให้ท้องอืด จุกเสียด หรืออาหารย่อยยาก
วิธีทำข้าวเหนียวมะม่วงง่ายๆ
สำหรับใครที่อยากลองทำเองที่บ้าน สูตรพื้นฐานคือ
-
แช่ข้าวเหนียว 2-3 ชั่วโมง แล้วนึ่งให้สุก
-
ผสมน้ำกะทิ กับน้ำตาลและเกลือ พอร้อนแล้วราดบนข้าวเหนียว
-
ปอกมะม่วงสุก หั่นเป็นชิ้นเรียวยาว
-
เสิร์ฟพร้อมถั่วทอด โรยหน้าเพื่อเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบ
เคล็ดลับคือ น้ำกะทิควรปรุงรสเข้มข้น และมะม่วงต้องสุกหอม เพื่อให้ได้รสชาติหวานมันกลมกล่อม
สรุป
ข้าวเหนียวมะม่วง เป็น ของหวานไทยที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี จากยุคกรุงรัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน มีทั้งรสชาติหอมหวาน มัน เข้ากับมะม่วงสุกรสหวานอมเปรี้ยว และกรุบกรอบของถั่ว โรยหน้าให้สมบูรณ์แบบ
ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ข้าวเหนียวมะม่วงยังคงครองใจทุกคน และติดอันดับหนึ่งใน 50 ของหวานที่อร่อยที่สุดในโลก หากอยากลองทำเองก็สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน
ข้าวเหนียวมะม่วงจึงไม่ใช่เพียงขนมหวาน แต่เป็น วัฒนธรรมไทยที่สืบทอดความอร่อยและความสดชื่นให้คนทั้งโลกได้ลิ้มลอง
แหล่งที่มา : cooking.kapook.com