หมอเจดเตือนอาหารไทย 5 ประเภท เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร จากการติดเชื้อเอชไพโลไร

อาหารไทยเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร หมอเจด เตือน 5 เมนูอันตราย

หมอเจดเตือน อาหารไทย 5 ประเภท เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร เมนูอร่อยแต่อันตราย

eatcakefirst.com – อาหารไทยเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร หมอเจด, กลายเป็นประเด็นสุขภาพที่คนไทยควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ หมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ออกมาโพสต์เตือนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” เกี่ยวกับ อาหารไทย 5 ประเภท ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด มะเร็งกระเพาะอาหาร โดยย้ำว่าเป็นอาหารที่คนไทยกินกันเป็นประจำแทบทุกมื้อ แต่หากขาดความสะอาดหรือปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ ก็อาจแฝงอันตรายโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะสรุปเนื้อหาคำเตือนของหมอเจด พร้อมอธิบายความเสี่ยง และแนวทางป้องกัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างถูกต้อง

มะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร

หมอเจดอธิบายว่า มะเร็งกระเพาะอาหารกว่า 80–90% มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อว่า เชื้อเอชไพโลไร (Helicobacter pylori) ซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก สามารถติดต่อผ่านการใช้ภาชนะร่วมกัน การรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด หรือวัตถุดิบที่ปนเปื้อน

ปัญหาคือ เชื้อนี้มัก ไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดแผลเรื้อรัง และพัฒนาไปสู่มะเร็งกระเพาะอาหารได้ในอนาคต อาหารไทยเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร หมอเจด

อาหารไทย 5 ประเภท เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

1. อาหารปรุงไม่สุก หรือกึ่งดิบกึ่งสุก

อาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นของโปรดของคนไทยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ลาบ ก้อย ซอยจุ๊ ปูดิบ หรือหมึกช็อต แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความสดและรสชาติ แต่การรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ เป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย รวมถึงเชื้อเอชไพโลไร

2. อาหารที่ปนเปื้อนน้ำไม่สะอาด

เมนูยำรสแซ่บ เช่น ยำวุ้นเส้น ยำหมูยอ ยำเล็บมือนาง ยำไข่มดแดง หรือยำกุ้งเต้น หากใช้น้ำที่ไม่สะอาดล้างผัก หรือแช่วัตถุดิบ ก็อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนโดยที่ผู้บริโภคไม่รู้ตัว แม้อาหารจะดูสดใหม่ แต่ความสะอาดคือสิ่งสำคัญที่สุด

3. อาหารที่สัมผัสภาชนะหรือพื้นที่ไม่สะอาด

อาหารแห้ง อาหารหมัก หรือเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่เก็บไว้ในภาชนะที่ไม่สะอาด เช่น โถ ไห หรือกระป๋องที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค รวมถึงน้ำพริกหรืออาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะไม่ถูกสุขลักษณะ ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

4. อาหารที่กินไม่ถูกสุขลักษณะ

เมนูยอดนิยมอย่าง ส้มตำปูดิบ ปูนาดิบ หรือปูเค็มดิบ แม้จะอร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน แต่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ หากสามารถเลือกได้ หมอเจดแนะนำให้เลือกรับประทานปูที่ผ่านการนึ่งหรือปรุงสุก จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว

5. อาหารที่เก็บในอุณหภูมิไม่เหมาะสม

อาหารหมักหรือเครื่องปรุงอย่าง น้ำปลาร้า น้ำปลาเจ่า หรือน้ำบูดู หากเก็บรักษาในอุณหภูมิที่สูงเกินไป หรือปิดภาชนะไม่สนิท จะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค นอกจากเสี่ยงท้องเสียแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในระบบทางเดินอาหาร

ไม่ใช่อาหารรสจัด แต่อยู่ที่ความสะอาด

หมอเจดย้ำว่า ความเสี่ยงเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากอาหารรสจัดหรือความเผ็ด แต่เกิดจากกระบวนการปรุง การเก็บรักษา และสุขอนามัยเป็นหลัก แม้จะเป็นอาหารธรรมดา หากไม่สะอาดหรือเก็บไม่ถูกวิธี ก็อาจก่ออันตรายได้

วิธีป้องกันเชื้อเอชไพโลไร และลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

ดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างถูกสุขลักษณะ

  • เลือกร้านอาหารที่สะอาดและเชื่อถือได้
  • ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน
  • รับประทานอาหารทันทีหลังปรุงเสร็จ
  • หากต้องเก็บอาหารในตู้เย็น ไม่ควรเกิน 1 คืน

ตรวจหาเชื้อ หากมีความเสี่ยง

หมอเจดแนะนำให้ ตรวจหาเชื้อเอชไพโลไร โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

สรุป ใส่ใจความสะอาด ลดความเสี่ยงได้จริง

อาหารไทยยังคงมีคุณค่าและความอร่อย แต่สิ่งสำคัญคือ ความสะอาดและสุขอนามัย การเลือกกินอย่างระมัดระวัง และดูแลการเก็บรักษาอาหารอย่างถูกต้อง คือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร และช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

แหล่งที่มา : www.sanook.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *