ขนมขบเคี้ยว: ของว่างที่เปลี่ยนวิถีการกินของคนทั่วโลก
ขนมขบเคี้ยวกับประวัติศาสตร์ยาวนาน
https://eatcakefirst.com/ – ขนมขบเคี้ยว, ถั่วลิสงอบ มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ ช็อกโกแลต คุกกี้ และโดนัท คือสิ่งที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่ขนมขบเคี้ยวไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด มนุษย์กินขนมมานานหลายพันปีแล้ว เพียงแต่ในยุคปัจจุบัน อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวเติบโตอย่างมหาศาล มูลค่ากว่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
นักประวัติศาสตร์อาหาร ดร.แอนนี เกรย์ อธิบายว่า ขนมขบเคี้ยวที่เก่าแก่ที่สุดคือถั่ว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และผลไม้ต่าง ๆ ก่อนจะพัฒนามาเป็นขนมสมัยใหม่อย่างป๊อปคอร์น ซึ่งพบร่องรอยในถ้ำแถบอเมริกาใต้ อายุเกือบ 7,000 ปี
คำว่า “Snack” หรือ ถูกใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในยุคต้นสมัยใหม่ หมายถึง “ส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่าง” ต่อมาในศตวรรษที่ 18 จึงเริ่มสื่อถึงอาหารขนาดเล็กที่กินระหว่างมื้อ ทำให้แซนด์วิชถือกำเนิดขึ้นในอังกฤษเมื่อปี 1762 โดยจอห์น มอนตากู เอิร์ลแห่งแซนด์วิช

การขยายตัวของขนมขบเคี้ยวในยุคอุตสาหกรรม

เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยวเริ่มเข้าถึงคนงานในโรงงาน ร้านขายขนมจึงผุดรอบประตูโรงงานเพื่อขายของว่าง เช่น หอยนางรมดอง แซนด์วิช และข้าวโพดป๊อปคอร์น มันฝรั่งทอดเริ่มเป็นสินค้าขายเชิงพาณิชย์ในปี 1910
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารทำให้ขนมขบเคี้ยวกระจายสู่ผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น การเข้าถึงขนมจึงกลายเป็นเรื่องสะดวก และตลาดขนมเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของชนชั้นกลาง
พอล โพลแมน หนึ่งในผู้บริหารอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวกล่าวว่า การตลาดและการโฆษณามีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของสินค้า ขนมขบเคี้ยวต้องมีคุณภาพ ราคาเหมาะสม บรรจุภัณฑ์ดี และวางตำแหน่งให้ถูกที่ ถูกเวลา
ขนมขบเคี้ยวในชีวิตประจำวันของผู้คน

ที่มาของภาพ,AFP via Getty Images
ในปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกมักบริโภคขนมขบเคี้ยวแทนอาหารมื้อหลัก หรือเป็นของว่างระหว่างมื้อ ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Circana พบว่าเกือบครึ่งของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ กินขนมวันละ 3 ครั้งหรือมากกว่านั้น
ตัวอย่างขนมที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ซาโมซ่าในอินเดีย มาดิกาในไนจีเรีย และชิปาในอาร์เจนตินา ขนมเหล่านี้สะท้อนรสชาติและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น
ผู้บริโภคหลายคนเลือกขนมสำเร็จรูปเพื่อความสะดวก แต่บางคนยังคงนิยมขนมทำสดใหม่ การเข้าถึงขนมสำเร็จรูปง่ายขึ้นด้วยร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้การบริโภคขนมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวกับอนาคต
อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.2-1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเป็นสองเท่าภายในปี 2035 ด้วยนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ การตลาด และความหลากหลายของสินค้า
นวัตกรรมเล็ก ๆ เช่น การเติมก๊าซไนโตรเจนในถุงมันฝรั่งทอด ช่วยป้องกันการแตกหักระหว่างขนส่ง โรงงานขนาดใหญ่สามารถรวมศูนย์การผลิตเพื่อประหยัดต้นทุนและควบคุมคุณภาพสินค้าได้
ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันต้องการขนมที่ทั้งสะดวกและอร่อย ตลาดขนมจึงไม่เพียงแต่เติบโต แต่ยังพัฒนาไปสู่การสร้างแบรนด์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค
ขนมขบเคี้ยว: ของว่างที่ไม่ธรรมดา
ขนมขบเคี้ยวไม่ได้เป็นเพียงอาหารเล็ก ๆ ระหว่างมื้อ แต่กลายเป็น วัฒนธรรมการกินที่สะท้อนพฤติกรรมและรสนิยมของมนุษย์ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน จากป๊อปคอร์นถ้ำโบราณไปจนถึงมันฝรั่งทอดและช็อกโกแลตในซูเปอร์มาร์เก็ต ขนมขบเคี้ยวยังคงสร้างอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและการบริโภคอาหารทั่วโลก
แหล่งที่มา : www.bbc.com