ถั่วลิสงอบและมันฝรั่งทอด เป็นขนมขบเคี้ยวยอดนิยม

ขนมขบเคี้ยว: ของว่างที่เปลี่ยนวิถีการกินคนทั่วโลก

ขนมขบเคี้ยว: ของว่างที่เปลี่ยนวิถีการกินของคนทั่วโลก

ขนมขบเคี้ยวกับประวัติศาสตร์ยาวนาน

https://eatcakefirst.com/ – ขนมขบเคี้ยว, ถั่วลิสงอบ มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ ช็อกโกแลต คุกกี้ และโดนัท คือสิ่งที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่ขนมขบเคี้ยวไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด มนุษย์กินขนมมานานหลายพันปีแล้ว เพียงแต่ในยุคปัจจุบัน อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวเติบโตอย่างมหาศาล มูลค่ากว่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

นักประวัติศาสตร์อาหาร ดร.แอนนี เกรย์ อธิบายว่า ขนมขบเคี้ยวที่เก่าแก่ที่สุดคือถั่ว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และผลไม้ต่าง ๆ ก่อนจะพัฒนามาเป็นขนมสมัยใหม่อย่างป๊อปคอร์น ซึ่งพบร่องรอยในถ้ำแถบอเมริกาใต้ อายุเกือบ 7,000 ปี

คำว่า “Snack” หรือ  ถูกใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในยุคต้นสมัยใหม่ หมายถึง “ส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่าง” ต่อมาในศตวรรษที่ 18 จึงเริ่มสื่อถึงอาหารขนาดเล็กที่กินระหว่างมื้อ ทำให้แซนด์วิชถือกำเนิดขึ้นในอังกฤษเมื่อปี 1762 โดยจอห์น มอนตากู เอิร์ลแห่งแซนด์วิช

John Montagu, 4th Earl of Sandwich' (1718-1792) British aristocrat and politician, originator of the sandwich

การขยายตัวของขนมขบเคี้ยวในยุคอุตสาหกรรม

A woman eats crackers next to an open fridge

เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยวเริ่มเข้าถึงคนงานในโรงงาน ร้านขายขนมจึงผุดรอบประตูโรงงานเพื่อขายของว่าง เช่น หอยนางรมดอง แซนด์วิช และข้าวโพดป๊อปคอร์น มันฝรั่งทอดเริ่มเป็นสินค้าขายเชิงพาณิชย์ในปี 1910

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารทำให้ขนมขบเคี้ยวกระจายสู่ผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น การเข้าถึงขนมจึงกลายเป็นเรื่องสะดวก และตลาดขนมเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของชนชั้นกลาง

พอล โพลแมน หนึ่งในผู้บริหารอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวกล่าวว่า การตลาดและการโฆษณามีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของสินค้า ขนมขบเคี้ยวต้องมีคุณภาพ ราคาเหมาะสม บรรจุภัณฑ์ดี และวางตำแหน่งให้ถูกที่ ถูกเวลา

ขนมขบเคี้ยวในชีวิตประจำวันของผู้คน

Variety of snacks displayed for sale

ที่มาของภาพ,AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ,ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ขนมขบเคี้ยวเป็นแหล่งที่มาของแคลอรีส่วนใหญ่ที่ผู้คนรับเข้าสู้ร่างกาย

ในปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกมักบริโภคขนมขบเคี้ยวแทนอาหารมื้อหลัก หรือเป็นของว่างระหว่างมื้อ ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Circana พบว่าเกือบครึ่งของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ กินขนมวันละ 3 ครั้งหรือมากกว่านั้น

ตัวอย่างขนมที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ซาโมซ่าในอินเดีย มาดิกาในไนจีเรีย และชิปาในอาร์เจนตินา ขนมเหล่านี้สะท้อนรสชาติและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น

ผู้บริโภคหลายคนเลือกขนมสำเร็จรูปเพื่อความสะดวก แต่บางคนยังคงนิยมขนมทำสดใหม่ การเข้าถึงขนมสำเร็จรูปง่ายขึ้นด้วยร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้การบริโภคขนมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวกับอนาคต

อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.2-1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเป็นสองเท่าภายในปี 2035 ด้วยนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ การตลาด และความหลากหลายของสินค้า

นวัตกรรมเล็ก ๆ เช่น การเติมก๊าซไนโตรเจนในถุงมันฝรั่งทอด ช่วยป้องกันการแตกหักระหว่างขนส่ง โรงงานขนาดใหญ่สามารถรวมศูนย์การผลิตเพื่อประหยัดต้นทุนและควบคุมคุณภาพสินค้าได้

ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันต้องการขนมที่ทั้งสะดวกและอร่อย ตลาดขนมจึงไม่เพียงแต่เติบโต แต่ยังพัฒนาไปสู่การสร้างแบรนด์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค

ขนมขบเคี้ยว: ของว่างที่ไม่ธรรมดา

ขนมขบเคี้ยวไม่ได้เป็นเพียงอาหารเล็ก ๆ ระหว่างมื้อ แต่กลายเป็น วัฒนธรรมการกินที่สะท้อนพฤติกรรมและรสนิยมของมนุษย์ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน จากป๊อปคอร์นถ้ำโบราณไปจนถึงมันฝรั่งทอดและช็อกโกแลตในซูเปอร์มาร์เก็ต ขนมขบเคี้ยวยังคงสร้างอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและการบริโภคอาหารทั่วโลก

แหล่งที่มา : www.bbc.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *