สูตรอาหารไทยโบราณ เช่น แกงรัญจวนและข้าวแช่ เมนูดั้งเดิมของไทย

10 สูตรอาหารไทยโบราณ อร่อยถึงรสชาติความเป็นไทย

eatcakefirst.com ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่มีรสชาติหลากหลายและเครื่องปรุงที่โดดเด่น ซึ่งสืบทอดกันมาหลายร้อยปี สูตรอาหารไทย ไม่ได้เป็นเพียงมื้ออาหาร แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อน ความประณีต และภูมิปัญญาในการปรุงแต่งรสชาติที่ลงตัว ตั้งแต่ส่วนผสมที่เลือกใช้ไปจนถึงวิธีการทำอย่างพิถีพิถัน อาหารโบราณหลายเมนูยังคงได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เราได้สัมผัสถึงเอกลักษณ์และเรื่องราวในอดีตที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจาน

ในยุคที่วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การอนุรักษ์สูตรอาหารโบราณจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย อาหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบความสุขจากรสชาติที่กลมกล่อม แต่ยังเป็นประตูสู่การเรียนรู้เรื่องราวในอดีต และภูมิปัญญาของคนไทยในแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบพื้นถิ่น การผสมผสานเครื่องปรุงที่มีเอกลักษณ์ ไปจนถึงการจัดสำรับที่งดงาม ทุกขั้นตอนสะท้อนถึงวิถีชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ของคนในยุคก่อน

วันนี้เราจะพาคุณย้อนกลับไปสัมผัสกับ 10 สูตรอาหารไทยโบราณที่ยังคงความอร่อยและเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย

Thai food recipes สูตรอาหารไทย

1. แกงรัญจวน

แกงรัญจวนเป็นหนึ่งในอาหารชาววังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม และกลิ่นหอมที่ชวนหลงใหล สูตรแกงนี้มีต้นกำเนิดจากสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเกิดจากการนำอาหารเหลือมาปรุงใหม่เพื่อไม่ให้เสียของ วิธีทำจะใช้น้ำพริกกะปิเป็นส่วนผสมหลัก เคี่ยวกับน้ำซุปจนหอม จากนั้นใส่เนื้อวัวหรือหมูต้มเปื่อย และปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ และเกลือ เพิ่มสมุนไพรไทยอย่างใบมะกรูดและโหระพาเพื่อเพิ่มความหอม กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและอบอุ่นใจ

Thai food recipes สูตรอาหารไทย

วัตถุดิบ

  • เนื้อวัวหรือหมูต้มเปื่อย 300 กรัม
  • น้ำพริกกะปิ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 4-5 ใบ
  • โหระพา 1 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือเล็กน้อย
  • พริกขี้หนูสด (สำหรับเพิ่มความเผ็ด) 3-5 เม็ด

ขั้นตอนการทำ

  1. ต้มน้ำซุปในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่น้ำพริกกะปิลงไป คนให้ละลายและส่งกลิ่นหอม
  2. ใส่เนื้อวัวหรือหมูต้มเปื่อยลงไป เคี่ยวต่อประมาณ 10 นาทีเพื่อให้เนื้อซึมซับรสชาติ
  3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ชิมรสให้ได้ความเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อม
  4. ใส่ใบมะกรูดฉีกและโหระพาลงไป คนให้เข้ากัน ใส่พริกขี้หนูสดหากต้องการเพิ่มความเผ็ด ปิดไฟทันทีเพื่อคงความสดของสมุนไพร
  5. ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องเคียงตามชอบ เช่น ผักสด

คล็ดลับเพิ่มเติม

  • ใช้น้ำพริกกะปิที่มีกะปิคุณภาพดี จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้น
  • หากต้องการรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น ให้เคี่ยวเนื้อในน้ำพริกกะปินานขึ้นเพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อ
  • ใส่ใบโหระพาในขั้นตอนสุดท้ายและปิดไฟทันที เพื่อให้กลิ่นหอมของสมุนไพรยังคงอยู่
  • สามารถเพิ่มพริกขี้หนูบุบเพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนสำหรับคนที่ชอบรสจัด และเครื่องเคียงตามชอบ เช่น ผักสด

2. หมูโสร่ง

เมนูนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา หมูโสร่งเป็นหนึ่งในอาหารว่างที่สะท้อนถึงความประณีตและสร้างสรรค์ของคนไทยในยุคนั้น หมูปรุงรสอย่างพิถีพิถันถูกห่อด้วยเส้นหมี่หรือบะหมี่จีน ซึ่งต้องพันอย่างสวยงามและแน่นพอสมควร จากนั้นนำไปทอดจนเหลืองกรอบ มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน หมูโสร่งมักเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มหวาน เช่น น้ำจิ้มบ๊วย หรือน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน และสามารถจัดจานคู่กับผักสด เช่น แตงกวา ผักชี หรือใบโหระพา เพื่อเพิ่มความสดชื่นและความสมดุลให้กับเมนูนี้

วัตถุดิบ

  • หมูสับ 300 กรัม
  • รากผักชี 2 ราก (สับละเอียด)
  • กระเทียม 5 กลีบ (สับละเอียด)
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายเล็กน้อย
  • เส้นหมี่ซั่วหรือหมี่ขาว (แช่น้ำให้นิ่ม) 100 กรัม
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

ขั้นตอนการทำ

  1. ผสมหมูสับกับรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล คลุกเคล้าให้เนื้อหมูเหนียว
  2. ปั้นหมูสับที่ปรุงรสแล้วเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ
  3. นำเส้นหมี่ที่แช่น้ำจนนิ่มมาพันรอบลูกหมูให้แน่น จัดทรงให้สวยงาม
  4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช ใช้ไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนให้ใส่หมูโสร่งลงทอดจนเหลืองกรอบทั่วทั้งชิ้น
  5. ตักขึ้นพักบนกระดาษซับน้ำมันเพื่อเอาน้ำมันส่วนเกินออก
Thai food recipes สูตรอาหารไทย

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • การปรุงหมูควรนวดให้เนื้อหมูมีความเหนียวก่อนนำไปพันเส้นหมี่ จะช่วยให้หมูไม่หลุดง่ายขณะทอด
  • ใช้ไฟกลางในการทอด เพื่อให้หมูสุกทั่วถึงและเส้นหมี่ไม่ไหม้
  • หากใช้หมี่ซั่ว ควรล้างให้สะอาดเพื่อลดความเค็มก่อนนำไปพันหมู
  • สามารถเติมเครื่องเทศเพิ่มเติม เช่น ผงลูกจันทน์เทศเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความหอม

3. ข้าวแช่

ข้าวแช่เป็นอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับความนิยมในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในวันสงกรานต์ ข้าวแช่ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิที่แช่ในน้ำเย็นหอม ๆ และเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลากหลายชนิดที่ให้รสชาติหวาน เค็ม และเผ็ดเล็กน้อย ทำให้ข้าวแช่มีรสชาติกลมกล่อมสดชื่น และได้รับความนิยมจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Thai food recipes สูตรอาหารไทย

วัตถุดิบ

  1. ข้าวหอมมะลิ 1 ถ้วย
  2. น้ำดอกมะลิ (หรือดอกไม้หอมอื่นๆ เช่น ดอกมะลิหรือดอกจำปา) 2 ถ้วย
  3. เนื้อปลาแห้ง (ปลาอินทรีย์หรือปลาแห้งชนิดอื่น) 100 กรัม
  4. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกหยวก 1-2 เม็ด (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
  6. ผักสด เช่น ถั่วฝักยาว, แตงกวา (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
  7. หมูหวาน 50 กรัม
  8. กุ้งแห้ง หรือ กุ้งสด (ตามความชอบ)
  9. น้ำตาลปี๊บ (ถ้าต้องการให้หวาน)
  10. เกลือ และ น้ำปลา สำหรับปรุงรส

ขั้นตอนการทำ

  1. เตรียมข้าว:

    • ล้างข้าวหอมมะลิให้สะอาด และแช่น้ำประมาณ 30 นาที
    • นำข้าวที่แช่น้ำแล้วไปหุงในหม้อหุงข้าว หรือใช้กะทะหุงข้าวโดยใช้วิธีการหุงข้าวปกติ
    • เมื่อข้าวสุกแล้วให้พักข้าวไว้จนเย็น
  2. เตรียมน้ำดอกมะลิ:

    • ต้มน้ำแล้วใส่ดอกมะลิลงไปในน้ำต้มเพื่อให้น้ำมีกลิ่นหอม (หรือสามารถใช้น้ำดอกไม้สำเร็จรูป)
    • ปรับรสด้วยการเติมน้ำตาลปี๊บและเกลือเล็กน้อย เพื่อให้น้ำดอกมะลิมีรสชาติหวานอมเค็ม
  3. เตรียมเครื่องเคียง:

    • เนื้อปลาแห้ง: นำปลาแห้งมาผัดในน้ำมันร้อนจนกรอบ
    • กระเทียมเจียว: เจียวกระเทียมในน้ำมันจนหอม
    • พริกหยวก: หั่นพริกหยวกเป็นชิ้นเล็ก ๆ
    • ผักสด: ล้างและหั่นผักที่ใช้เป็นเครื่องเคียง เช่น แตงกวาและถั่วฝักยาว
  4. การจัดเสิร์ฟ:

    • ใส่ข้าวหอมมะลิที่แช่เย็นลงในชาม
    • ราดน้ำดอกมะลิลงไปให้พอเหมาะ
    • จัดเครื่องเคียงต่าง ๆ ลงในชาม เช่น ปลาแห้ง, กระเทียมเจียว, พริกหยวก, หมูหวาน, ผักสด และกุ้ง

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • ข้าวต้องหอม: เลือกข้าวหอมมะลิที่คุณภาพดี หอมและนุ่ม เมื่อหุงเสร็จแล้วให้พักข้าวไว้จนเย็น เพื่อให้ข้าวไม่เปียกหรือละเอียดเมื่อแช่ในน้ำ
  • น้ำดอกมะลิหอม: การใช้น้ำดอกมะลิหรือดอกมะลิสดจะทำให้น้ำที่ใช้ราดข้าวมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น ควรใช้ดอกไม้สดเพื่อให้ได้กลิ่นหอมจากธรรมชาติ
  • การเตรียมเครื่องเคียง: เครื่องเคียงสามารถปรับเปลี่ยนตามความชอบ เช่น การเพิ่มกุ้งสดหรือปลาย่างเพื่อให้มีความหลากหลายของรสชาติ
  • เพิ่มความหวาน: ถ้าต้องการรสหวานล้ำให้เติมน้ำตาลปี๊บลงในน้ำดอกมะลิเล็กน้อย

4. แกงคั่วหอยขม

แกงคั่วหอยขมเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเค็มเผ็ด กลมกล่อม ด้วยการใช้หอยขมสดๆ มาคั่วกับเครื่องแกงและสมุนไพรต่างๆ สร้างกลิ่นหอมชวนทาน เมนูนี้เป็นที่นิยมในภาคกลาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่หอยขมมีมาก และมักเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

วัตถุดิบ

  • หอยขมสด 500 กรัม
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • เครื่องแกงคั่ว (ประกอบด้วยพริกแห้ง 5-6 เม็ด, ตะไคร้ 2 ต้น, ข่า 2 ชิ้น, กระเทียม 5 กลีบ, หอมแดง 2 หัว, กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ)
  • น้ำปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
  • น้ำซุป 2 ถ้วย
  • พริกขี้หนู (เพิ่มความเผ็ด) 3-5 เม็ด

ขั้นตอนการทำ

  1. เตรียมเครื่องแกงคั่ว:

    • โขลกพริกแห้ง, ตะไคร้, ข่า, กระเทียม, หอมแดง และกะปิรวมกันจนละเอียด
  2. คั่วเครื่องแกง:

    • ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย จากนั้นใส่เครื่องแกงที่โขลกแล้วลงไปคั่วจนหอม
  3. ใส่หอยขม:

    • เมื่อเครื่องแกงหอมแล้ว ใส่หอยขมลงไปคั่วให้เข้ากันกับเครื่องแกง
  4. เติมน้ำซุปและปรุงรส:

    • เติมน้ำซุปลงไปในกระทะ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้าและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ
  5. เพิ่มสมุนไพร:

    • ใส่ใบโหระพาและใบมะกรูดฉีกลงไป คนให้เข้ากัน ปิดไฟ
  6. เสิร์ฟ:

    • ตักแกงคั่วหอยขมใส่ชาม เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียว
Thai food recipes สูตรอาหารไทย

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • ใช้หอยขมสด เพื่อให้รสชาติหวานและกรอบของหอยขมมาเต็มที่
  • หากไม่ชอบรสเผ็ดมาก สามารถลดปริมาณพริกขี้หนูลงได้
  • การใช้ปลาร้าในสูตรจะช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อมให้แกงคั่วหอยขม
  • สามารถเพิ่มใบมะกรูดและใบโหระพาในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม

5. น้ำพริกลงเรือ

น้ำพริกลงเรือเป็นอาหารพื้นบ้านของไทยที่มีรสชาติเผ็ดจัดจ้าน เปรี้ยวหวานกลมกล่อม และหอมสมุนไพร มีชื่อเสียงในภาคกลาง โดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรสงคราม เมนูนี้จะใช้ปลาหรืออาหารทะเลต่างๆ เป็นส่วนประกอบหลัก น้ำพริกนี้ทำจากการนำพริกสดและเครื่องแกงมาผัดให้หอมแล้วใส่เนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์ลงไปเคี่ยว จนได้รสชาติกลมกล่อมและเผ็ดร้อน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและผักสดหลากหลายชนิด

Thai food recipes สูตรอาหารไทย

วัตถุดิบ

  • กุ้งสด 100 กรัม (สามารถใช้ปลาหรือหมูสับแทนได้)
  • พริกขี้หนูสวน 10-15 เม็ด (ตามความชอบ)
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • หอมแดง 3 หัว
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป (หรือน้ำเปล่า) 1/2 ถ้วย
  • ผักสด เช่น ถั่วฝักยาว, มะเขือเปราะ, แตงกวา (สำหรับทานคู่กับน้ำพริก)
  • ใบมะกรูด 2 ใบ (หากต้องการ)
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับผัด)

ขั้นตอนการทำ

  1. โขลกเครื่องแกง:

    • โขลกพริกขี้หนู, กระเทียม, หอมแดง และกะปิให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. ผัดเครื่องแกง:

    • ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช จากนั้นใส่เครื่องแกงที่โขลกแล้วลงไปผัดในกระทะจนหอมและเข้ากัน
  3. ใส่กุ้งหรือเนื้อสัตว์:

    • ใส่กุ้งสด (หรือเนื้อปลาหรือหมูสับ) ลงไปผัดให้เข้ากับเครื่องแกงจนสุก
  4. ปรุงรส:

    • เติมน้ำซุป (หรือน้ำเปล่า) ลงไปผัดให้เข้ากันและให้มีความข้น
    • ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ, น้ำปลา และน้ำมะนาว ชิมรสให้ได้ความหวาน เค็ม เปรี้ยว และเผ็ดตามชอบ
  5. เพิ่มสมุนไพร:

    • ใส่ใบมะกรูดฉีกลงไปในกระทะเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
  6. เสิร์ฟ:

    • ตักน้ำพริกลงเรือใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และผักสดหลากหลายชนิด เช่น ถั่วฝักยาว, มะเขือเปราะ, แตงกวา หรือผักอื่น ๆ ตามชอบ

แหล่งที่มา : www.foodequipment.co.th/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *